2026.10.07

"เบอร์คุณพัวพันคดีฟอกเงิน": นักศึกษาไทยสูญกว่า 200 ล้าน เพราะแก๊งปลอมเป็นค่ายมือถือและตำรวจวิดีโอคอล

ตุลาคม 2569 ตำรวจทลายเครือข่ายที่หลอกนักศึกษา 7 คนสูญเงินกว่า 200 ล้านบาท ด้วยการปลอมเป็นค่ายมือถือและตำรวจผ่านวิดีโอคอล รวมกับคดีใช้ AI สลับใบหน้าขอซิมใหม่ที่พัทยา นี่คือสิ่งที่ทุกครอบครัวควรทำกับมือถือและอุปกรณ์เก่า

Read in English

บ้านหรู นาฬิกา Richard Mille และนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อ 7 คน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านหรู เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ต้นเรื่องมาจากนักศึกษาชายวัย 19 ปีที่เข้าแจ้งความ ตามรายงานของ ข่าวสด และ ไทยพีบีเอส เขาถูกคนร้ายโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือ ก่อนโอนสายให้ "ตำรวจ" คุยต่อ บอกว่าเบอร์ของเขาพัวพันกับคดีฟอกเงิน เพื่อ "พิสูจน์ความบริสุทธิ์" เขาจึงโอนเงินและถอนเงินสดไปส่งให้ที่ลานจอดรถห้างแห่งหนึ่งย่านศาลายา จ.นครปฐม รวมความเสียหาย 662,989.90 บาท

ตำรวจตามเส้นทางเงินพบว่าถูกโอนต่อผ่านหลายบัญชี บางส่วนนำไปซื้อทองคำ และมีการส่งต่อเงินสดเป็นทอดๆ จนชายชาวจีนคนหนึ่งนำเงินไปส่งที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหา 3 คน คือชายชาวจีน 1 คน และแม่บ้านชาวเมียนมา 2 คนที่ทำหน้าที่รับส่งเงินสด พร้อมยึดของกลางกว่า 40 รายการ เช่น นาฬิกา Richard Mille, Patek Philippe, Rolex เงินสด โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หนังสือเดินทาง และสมุดบัญชี มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท การสืบสวนยังพบนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อเครือข่ายเดียวกันอีก 6 คน ความเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท

บทเดียวกัน เมื่อ 3 วันก่อนหน้า

วันที่ 3 ตุลาคม นักศึกษาวัย 19 ปีอีกคนหนึ่งเดินเข้าธนาคารออมสินสาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี ตามรายงานของ บางกอกโพสต์ และ Thaiger เขาถอนเงิน 1.2 ล้านบาทจากบัญชีสลากออมสิน แล้วนำไปให้ชายคนหนึ่งที่รออยู่ที่ลานจอดรถ เมื่อกลับมาในวันเดียวกันเพื่อถอนอีก 1.3 ล้านบาท พนักงานสังเกตว่าเขาวิดีโอคอลกับใครบางคนตลอดเวลาและดูกังวล จึงแจ้งตำรวจและระงับการถอนครั้งที่สองไว้ได้

บทพูดคุ้นหูมาก คนร้ายอ้างเป็นพนักงาน AIS บอกว่ามีคนใช้ชื่อเขาจดทะเบียนเบอร์โทรที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จากนั้นให้แอด LINE และวิดีโอคอล โดยมี "ตำรวจ" นั่งอยู่หน้าฉากที่ทำให้ดูเหมือนโรงพัก ตำรวจจับชายไทยวัย 25 ปีที่มารับเงินพร้อมเงินสด 1.2 ล้านบาท แล้วขยายผลจับชายสัญชาติมาเก๊าวัย 40 ปีที่จุดนัดส่งเงินย่านห้วยขวาง ทั้งคู่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น

ขั้นต่อไป: ยึดเบอร์ แล้วปลอมหน้า

การจับกุมที่พัทยาเมื่อต้นเดือนกันยายนชี้ให้เห็นว่ากลโกงกำลังไปทางไหน ตำรวจ ตม.3 ควบคุมตัวชายชาวจีนวัย 30 ปีในข้อหาอยู่เกินกำหนด ก่อนพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการมณฑลกวางตุ้ง ทางการจีนระบุว่าเขาเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ AI สลับใบหน้า และร่วมกับพวกอีกอย่างน้อย 3 คน ลักลอบเอาข้อมูลบัญชีแพลตฟอร์มคริปโตและเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหาย จากนั้นใช้ซอฟต์แวร์สลับใบหน้าร่วมกับโปรแกรมกล้องที่เขียนขึ้นเอง สวมหน้าเป็นผู้เสียหายเพื่อแจ้งซิมหายและขอออกซิมใหม่ เมื่อได้เบอร์มาก็รับรหัส OTP ทาง SMS เข้าควบคุมบัญชี และโอนเหรียญ USDT ราว 4.7 ล้านเหรียญ (ประมาณ 162 ล้านบาท) ออกไปในไม่กี่วินาที ( The Bangkok Times , Thairath English ) ผู้เสียหายรายนี้อยู่ในจีน ไม่ใช่ในไทย แต่วิธีการนี้ต้องการแค่สามอย่าง คือเบอร์โทรของคุณ ข้อมูลบัญชีบางส่วน และภาพใบหน้าของคุณที่ชัดพอจะใช้ได้

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับคุณและครอบครัว

  • กลโกงเริ่มจากชื่อและเบอร์ของคุณ ประโยคเปิดอย่าง "มีคนใช้ชื่อคุณจดทะเบียนเบอร์" ได้ผลเพราะคนร้ายรู้อยู่แล้วว่าคุณเป็นใคร และข้อมูลแบบนี้ราคาถูกมาก เมื่อเดือนมิถุนายน ตำรวจเปิดเผยว่าเครือข่ายค้าข้อมูลที่ถูกทลายขายเบอร์โทรให้แก๊งมิจฉาชีพราวเบอร์ละ 10 บาท ( Thairath English )
  • เบอร์โทรคือกุญแจดอกหลัก OTP ของธนาคารและวอลเล็ตส่งมาทาง SMS ใครคุมซิมได้ ก็มักรีเซ็ตบัญชีอื่นๆ ได้ตามมา
  • ใบหน้าและเสียงของคุณก็เป็นข้อมูลแล้ว เซลฟี่ วิดีโอยืนยันตัวตน วิดีโอคอลที่ถูกบันทึก และข้อความเสียงใน LINE คือวัตถุดิบที่เครื่องมือสลับหน้าและโคลนเสียงต้องการ บทวิเคราะห์ใน Chiang Rai Times ระบุว่าข้อมูลที่ขโมยจากอุปกรณ์มือถือเป็นแหล่งหนึ่งของตัวอย่างเหล่านี้ นอกเหนือจากโซเชียลมีเดีย
  • ตอนนี้เป้าหมายคือคนหนุ่มสาว นักศึกษา 7 คนในเครือข่ายเดียว และอีกหนึ่งรายที่รังสิต เป็นข่าวในสัปดาห์เดียวกัน นักศึกษาหลายคนมีเงินเก็บจากครอบครัว ไม่ค่อยมีประสบการณ์ติดต่อตำรวจหรือธนาคาร และกลัวจริงๆ เมื่อถูกขู่ว่า "มีคดี"

คุยกับลูกหลานที่เป็นนักศึกษาในบ้าน

  1. ไม่มีค่ายมือถือหรือโรงพักจริงที่ไหนวิดีโอคอลทาง LINE แล้วสั่งให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ชุดเครื่องแบบหรือฉากโรงพักบนจอพิสูจน์อะไรไม่ได้
  2. วางสาย แล้วโทรกลับไปที่เบอร์ทางการของบริษัทนั้นเอง หรือโทรสายด่วน AOC 1441 เพื่อตรวจสอบ
  3. ถ้ามีใครสั่งห้ามบอกครอบครัวหรือพนักงานธนาคาร นั่นคือสัญญาณอันตรายชัดที่สุด คดีที่รังสิตหยุดได้เพราะพนักงานธนาคารถามต่อ
  4. เบอร์ที่ไม่ใช้แล้วให้ติดต่อผู้ให้บริการยกเลิก และอย่าขายหรือยกมือถือให้คนอื่นทั้งที่ซิมยังอยู่ในเครื่อง

มือถือเครื่องเก่าในลิ้นชัก

ทั้งนักศึกษาและพ่อแม่เปลี่ยนมือถือกันบ่อย เครื่องเก่ามักไปจบที่ร้านรับซื้อมือสอง น้องคนเล็ก หรือในลิ้นชัก แต่ในเครื่องยังมีแชต LINE แอปธนาคาร SMS รหัส OTP เซลฟี่และวิดีโอยืนยันใบหน้า รูปบัตรประชาชน และข้อความเสียง ครบทุกอย่างที่มิจฉาชีพต้องใช้เพื่อทำให้ตัวเองน่าเชื่อ หรือสวมรอยเป็นคุณ การรีเซ็ตเครื่องแบบรวดเร็วลบสิ่งเหล่านี้ได้ไม่แน่นอน อย่างที่เราอธิบายไว้ในบทความ ทำไมแค่รีเซ็ตเครื่องไม่พอ

ก่อนมือถือหรือแท็บเล็ตจะออกจากบ้าน ให้สำรองสิ่งที่ต้องเก็บ ออกจากระบบ LINE และแอปธนาคาร ลบเครื่องออกจากบัญชี Apple หรือ Google ถอดซิมออก แล้วล้างข้อมูลอย่างถูกวิธีหรือทำลายทิ้ง บริการทำลายข้อมูลมือถือ ของเราลบ LINE แอปธนาคาร รูปภาพ และรูปบัตรประชาชนได้ถาวร เลือกได้ว่าจะล้างข้อมูลแล้วส่งเครื่องคืน หรือทำลายเครื่อง พร้อมหนังสือรับรองทุกเครื่อง โน้ตบุ๊กเก่าที่เก็บไฟล์สำรองมือถือและคลังรูปไว้ก็ต้องดูแลแบบเดียวกันด้วย บริการทำลายข้อมูลโน้ตบุ๊ก และถ้าอยากจัดการทั้งบ้านในครั้งเดียว บริการลบข้อมูลส่วนบุคคล ของเรารับทั้งมือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และฮาร์ดดิสก์ ส่งอุปกรณ์มาได้จากทุกจังหวัด หรือนัดให้ไปรับถึงบ้านในกรุงเทพฯ

ขอใบเสนอราคาทันที หรือโทร 082-797-3702 เพื่อล้างหรือทำลายข้อมูลในมือถือและโน้ตบุ๊กเก่าของคนในครอบครัว ให้คนร้ายรายต่อไปที่ "รู้ชื่อคุณ" ไม่มีอะไรเพิ่มให้ใช้

ที่มา: ข่าวสด, "ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ บุกค้นบ้านหรู ล็อกตัวแก๊งคอลฯ ยึดนาฬิกาหรู-ทรัพย์สินมูลค่า 100 ล้าน" (6 ต.ค. 2569); ไทยพีบีเอส, "บุกจับ 3 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซนเตอร์ หลอก นศ. พบเสียหายรวม 200 ล้าน" (6 ต.ค. 2569); Bangkok Post, "Bank staff alert leads police to nab two scam suspects" (6 ต.ค. 2569); Thaiger (5 ต.ค. 2569); The Bangkok Times และ Thairath English ข่าวจับกุมผู้ต้องหาสลับใบหน้าด้วย AI ขอซิมใหม่ที่พัทยา (9 ก.ย. 2569); Thairath English ข่าวปฏิบัติการ Cut Down Scam 2 (23 มิ.ย. 2569); Chiang Rai Times, "AI Fuels New Wave of Identity Fraud in Thailand" (29 ค.ค. 2569)

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริการทำลายข้อมูลโทรศัพท์และแท็บเล็ต กรุงเทพ

การทำลายที่ได้รับการรับรอง ปฏิบัติตาม PDPA ในกรุงเทพฯ

Learn More